นักบุญ : เซบาสเตียน (St. Sebastian )

ประวัตินักบุญ : เซบาสเตียน

วันฉลอง : 20 มกราคม (โรมันคาทอลิก)

องค์อุปถัมภ์ : นักกีฬา,วัยรุ่น ,ทหาร, โรคติดต่อ, ลูกศร


ชีวิต

รายละเอียดชีวิตของนักบุญเซบาสเตียนเขียนไว้เป็นครั้งแรกโดยนักบุญแอมโบรสแห่งมิลาน ในบทเทศนาหมายเลข 20 ของเพลงสดุดีที่ 118 แอมโบรสกล่าวว่าเซบาสเตียนมาจากมิลาน และเป็นที่นับถือกันแล้วเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 4


จากเอกสาร “กิจการของนักบุญ” (Acta Sanctorum) ที่เขียนเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 5 ซึ่งยังอ้างข้อเขียนของนักบุญแอมโบรสโดยจีน บอลแลนด์ (Jean Bolland) นักเขียนชีวประวัตินักบุญและจากตำนานทองกล่าวว่านักบุญเซบาสเตียนเป็นชาวแกลเลีย นาร์โบเนนซิส (Gallia Narbonensis) และมาศึกษาที่เมืองมิลานจนได้รับแต่งตั้งให้เป็นราชองครักษ์ของจักรพรรดิไดโอคลีเชียนและจักรพรรดิแม็กซิมิลเลียนผู้ซึ่งไม่ทราบว่านักบุญเซบาสเตียนนับถือศาสนาคริสต์


เล่ากันว่านักบุญเซบาสเตียนย้ำความเชื่อมั่นในศาสนากับมาร์คและมาร์เซลเลียนสองนักโทษที่กำลังจะถูกฆ่าพลีชีพ  ขณะที่ญาติพี่น้องที่มีความเศร้าโศกพยายามอ้อนวอนให้นักโทษทั้งสองคนเลิกยอมรับพระเยซู นอกจากนั้นนักบุญเซบาสเตียนก็ยังรักษาหญิงใบ้และเหตุอัศจรรย์นี้ทำให้มีคน 78 คนหันมานับถือคริสต์ศาสนา


มาร์คและมาร์เซลเป็นฝาแฝดเกิดในครอบครัวที่มั่งคั่ง ทั้งสองคนมีภรรยาและมีครอบครัวที่เป็นหลักเป็นฐานอยู่ที่โรมกับบุตรและภรรยา สองพึ่น้องปฏิเสธไม่ยอมทำพิธีบูชาเทพเจ้าโรมันจึงถูกโดนจับ ทรานควิลลินุสและมาชาผู้เป็นพ่อและแม่มาเยื่ยมในคุกและพยายามเกลี้ยกล่อมให้ลูกเลิกนับถือคริสต์ศาสนา เซบาสเตียนกลับเปลี่ยนใจให้ทั้งทรานควิลลินุสและมาชามานับถือคริสต์ศาสนา พร้อมกับนักบุญไทเบอร์เทียสผู้เป็นลูกของโครมาเทียสผู้เป็นนายทหารที่นั่น นิโคสตราตัสเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งและโซอีผู้ภรรยาก็ทำตาม ตามตำนานโซอีเป็นใบ้มา 6 ปึแต่นางก็บอกความประสงค์แก่เซบาสเตียนว่าต้องการจะนับถือคริสต์ศาสนา และทันที่ที่มานับถือโซอีก็พูดได้ นิโคสตราตัสจึงนำนักโทษที่เหลืออีก 16 คนมาให้นักบุญเซบาสเตียนเปลี่ยนให้นับถือคริสต์ศาสนา


โครมาเทียสและไทเบอร์เทียสเมื่อเปลี่ยนศาสนาแล้วก็ปล่อยนักโทษหมดและตนเองก็ลาออกจากราชการไปอยู่ที่บริเวณแคมพานยา มาร์ค และ มาร์เซลเลียนเมื่อแรกก็ซ่อนตัวกับนักบุญกัสตูลุส (Castulus) ผู้นับถือศาสนาคริสต์ แต่ต่อมาก็ถูกฆ่าพลีชีพพร้อมด้วยนิโคสตราตัส, โซอี และไทเบอร์เทียส


การพลีชีพ

จักรพรรดิไดโอคลีเชียนมึความรู้สึกว่านักบุญเซบาสเตียนทรยศต่อพระองค์จึงทรงสั่งให้เอาตัวไปผูกไว้กับตอไม้และยิงให้ตาย  นักยิงธนูก็ยิงท่านจนปรุราวกับเม่นที่เต็มไปด้วยขนแข็งและปล่อยให้ตาย  แต่ด้วยความมหัศจรรย์ท่านนักบุญเซบาสเตียนก็ไม่ตาย  นักบุญไอรีนแห่งโรมผู้เป็นแม่หม้ายของนักบุญแคสตูลุสจะนำร่างของนักบุญเซบาสเตียนไปฝังแต่กลับพบว่าท่านยังมีลมหายใจอยู่  นักบุญไอรีนจึงนำท่านกลับมาที่บ้านและรักษาจนหาย  ผู้อาศัยอยู่ในบ้านก็มีความเคลือบแคลงในความเป็นผู้นับถือคริสต์ศาสนาของนักบุญเซบาสเตียนในบรรดาผู้มีความสงสัยก็มีเด็กหญิงที่หูหนวกและตาบอด  นักบุญเซบาสเตียนก็ถามว่าเด็กว่าอยากจะไปอยู่กับพระเป็นเจ้าหรือไม่และทำเครื่องหมายกางเขนบนหน้าผากของเด็กหญิง ๆ ก็ตอบตกลง ในทันทีที่ตอบเด็กหญิงคนนั้นก็สามารถมองเห็น  แล้วนักบุญเซบาสเตียนก็ยืนขึ้นกล่าวเยาะเย้ยจักรพรรดิไดโอคลีเชียนขณะที่ทรงผ่าน พระองค์จึงสั่งให้เอาท่านไปทุบตีจนตายแล้วเอาร่างโยนลงไปในส้วม  แต่นักบุญเซบาสเตียนมาปรากฏตัวต่อนักบุญไอรีนบอกที่ที่จะพบร่างของท่านที่ไม่มีรอยเปื้อนสิ่งโสโครกและสั่งให้เอาร่างไปฝังไว้ที่สุสานรังผึ้งใกล้กับที่ฝังอัครทูต 


ร่างของนักบุญเซบาสเตียน

กล่าวกันว่าร่างของนักบุญเซบาสเตียนอยู่ที่โรมที่มหาวิหารอโพสโตโลรุมที่สร้างโดยสมเด็จพระสันตะปาปาดามาซุสที่ 1 เมื่อ ค.ศ. 367 บนที่ที่เป็นที่ฝังศพของนักบุญซีโมนเปโตรและนักบุญเปาโลอัครทูต ปัจจุบันมหาวิหารนี้ชื่อว่า “San Sebastiano fuori le mura” สร้างใหม่เมื่อราว ค.ศ. 1610 โดยทุนจากชีปีโอเน บอร์เกเซ


ที่มา :  https://www.wikipedia.org/ 

https://www.catholic.org/ 


ไม่มีความคิดเห็น: