ประวัตินักบุญ : แคทเธอรีนแห่งเซียนา
วันฉลอง : 29 เมษายน
องค์อุปถัมภ์ : ปฏิปักษ์ต่อไฟ, ความเจ็บป่วย, ผู้ดับเพลิง, การแท้ง, พยาบาล, ผู้ที่ถูกเยาะเย้ยเพราะความเคร่งครัด, โทรทัศน์
ชีวิต
นักบุญแคทเธอรีนเป็นชาวเซียนา บุตรสาวของจาโกโม ดี เบนินกาซา ช่างย้อมผ้าผู้มีฐานะดี และมารดาคือ ลาปา ปีอาเจนตี ลูกสาวของกวีท้องถิ่น นักบุญแคทเธอรีนเป็นลูกคนที่ 23 ในบรรดาพี่น้อง 25 คน แฝดของท่านเสียชีวิตเมื่อแรกเกิด นักบุญแคทเธอรีนไม่ได้รับการศึกษาอะไรเป็นทางการ เมื่ออายุได้ 7 ขวบ ท่านก็อุทิศความเป็นพรหมจารีต่อพระเยซูทั้ง ๆ ที่ครอบครัวประท้วง บิดาและมารดาต้องการให้นักบุญแคทเธอรีนมีชีวิตอย่างธรรมดาและแต่งงานมีครอบครัวเช่นคนอื่น ๆ แต่ท่านกลับอุทิศตัวต่อการอธิษฐาน และอยู่อย่างสันโดษจนกระทั่งอายุเกือบ 20 ปี เมื่ออายุได้ 16 ปี ท่านก็เข้าเป็นสมาชิกคณะชั้นสามของนักบุญดอมินิก ในสังกัดคณะดอมินิกันที่นักบุญดอมินิกก่อตั้งขึ้นนปี ค.ศ.1215
นักบุญแคทเธอรีนอุทิศตัวช่วยเหลือคนเจ็บไข้และคนยากจน โดยไปดูแลที่โรงพยาบาลหรือที่บ้านของคนเหล่านั้น จากนั้นนักบุญแคทเธอรีนรวบรวมผู้ติดตามทั้งหญิงและชายและพากันเดินทางไปทางเหนือของอิตาลีเพื่อพยายามปฏิรูปนักบวช ซึ่งเป็นขบวนการที่พยายามทำให้ผู้คนมีความเชื่อว่าสามารถที่เปลื่ยนชีวิตใหม่หรือรู้สึกสำนึกบาปได้โดยการเข้าถึงความรักของพระเจ้า นอกจากนั้นก็ยังอุทิศชีวิตให้กับการศึกษาตำราศาสนาต่าง ๆ
ประมาณปี ค.ศ. 1366 นักบุญแคทเธอรีนมีประสบการณ์กับตนเองที่บรรยายไว้ในจดหมายว่าพระนางมารีย์พรหมจารีและพระเยซูได้ทรงประจักษ์แก่ท่านในวันอังคารก่อนวันพุธรับเถ้า และในการประจักษ์มาครั้งนี้เอง พระเยซูได้สวมแหวนให้แก่ท่านและบอกให้ท่านกล้าหาญ แหวนที่นักบุญแคทเธอรีนได้รับนี้มีเพียงท่านผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้
หลังจากที่ได้ดูแลคนยากจนและคนเจ็บไข้ ในปี ค.ศ. 1370 ก็ได้รับนิมิตหลายครั้งเรื่อง “นรก” และ “แดนชำระ” และ “สวรรค์” หลังจากนั้นที่ได้เห็นภาพก็ได้รับคำสั่งให้เลิกการอยู่อย่างสันโดษเพื่อจะไปทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม เพราะความที่ไม่มีการศึกษานักบุญแคทเธอรีนจึงต้องบอกจดหมายให้ผู้เขียนเขียนถึงผู้มีอำนาจเพื่อเรียกร้องสันติภาพให้แก่รัฐ- และราชอาณาจักรต่าง ๆ ในอิตาลี และเพื่อขอร้องให้สำนักพระสันตะปาปาย้ายราชสำนักจากอาวีญงในประเทศฝรั่งเศสกลับมาอยู่ที่โรมเช่นเดิม นักบุญแคทเธอรีนเขียนจดหมายติดต่อกับสมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 11 อยู่เป็นเวลานานเพื่อขอให้พระองค์ปฏิรูปนักบวชและการบริหารของรัฐต่าง ๆ ที่ขึ้นอยู่กับพระสันตะปาปา
ในเดีอนมิถุนายน ปี ค.ศ. 1376 นักบุญแคทเธอรีนเดินทางไปอาวีญองด้วยตนเองในฐานะทูตของฟลอเรนซ์เพื่อไปแสวงหาสันติภาพระหว่างรัฐที่ขึ้นอยู่กับพระสันตะปาปาแต่ก็ไม่สำเร็จ นอกจากนั้นนักบุญแคทเธอรีนก็พยายามชักจูงให้พระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 11 ผู้พำนักและปกครองคริสตจักรอยู่ที่อาวีญงในประเทศฝรั่งเศส ให้ย้ายราชสำนักพระสันตะปาปากลับไปกรุงโรมซึ่งท่านเห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะสมที่จะเป็นศูนย์ของคริสตจักรที่แท้จริง (Hollister 343) นักบุญแคทเธอรีนสร้างความประทับใจให้แก่พระสันตะปาปาเป็นอันมากจนกระทั่งทรงย้ายราชสำนักกลับมากรุงโรมเมื่อเดีอนมกราคม ปี ค.ศ. 1377 ระหว่างศาสนเภทตะวันตก (Western Schism) เมื่อ ปี ค.ศ. 1378 สมเด็จพระสันตะปาปาเออร์บันที่ 6 ก็ทรงเรียกตัวนักบุญแคทเธอรีนกลับมารับใช้มารับใช้ที่โรมเพื่อให้ช่วยชักจูงให้เจ้านายและพระคาร์ดินัลทั้งหลาย ว่าพระองค์เป็นพระสันตะปาปาผู้ชอบธรรม นักบุญแคทเธอรีนอยู่ที่โรมจนกระทั่งถึงแก่มรณกรรมเมื่อวันที่ 29 เมษายน ค.ศ. 1380
จดหมายของนักบุญแคทเธอรีนที่ยังมีเหลืออยู่ด้วยกันทั้งหมดมากกว่า 400 ฉบับ ถือกันว่าเป็นงานวรรณกรรมที่มีค่าที่สุดชิ้นหนึ่งของแคว้นทัสกานี ในจดหมายที่เขียนถึงพระสันตะปาปา นักบุญแคทเธอรีนมักจะเรียกพระสันตะปาปาอย่างน่ารักว่า “ปาปา” หรือ “พ่อ” ( “Babbo” ในภาษาอิตาลี) งานชิ้นเอกของนักบุญแคทเธอรีนคืองานชื่อ “เสวนาเรื่องพระญาณสอดส่อง” (Dialogue of Divine Providence)
นักบุญแคทเธอรีนเสียชีวิตด้วย เส้นโลหิตที่ไปเลี้ยงสมองอุดตัน (stroke) เมื่อวันที่ 29 เมษายน ค.ศ. 1380 ที่กรุงโรมเมื่อมีอายุได้เพียง 33 ปีซึ่งเป็นอายุที่เท่ากับพระเยซูเมื่อสิ้นพระชนม์ ประชาชนเมืองเซียนนาต้องการร่างของท่านกลับมายังซีเอนา มีเรื่องเล่ากันถึงสาเหตุที่เพียงแต่หัวของนักบุญแคทเธอรีนได้กลับมาอยู่ที่เมืองเซียนนา โดยว่ากันว่าเมื่อชาวเมืองเซียนนารู้ว่าไม่สามารถนำร่างของนักบุญแคทเธอรีนผ่านทหารยามที่โรมออกมาได้ ก็ตัดสินใจลักลอบเอาแต่หัวใส่ถุงกลับมา แต่อย่างไรก็ตามทหารก็ยังหยุดตรวจ ผู้ที่ลักลอบก็รีบสวดมนต์ให้นักบุญแคทเธอรีนช่วย เมื่อทหารเปิดถุงที่ใส่หัวนักบุญแคทเธอรีนแทนที่จะเห็นหัวคนกลับเห็นถุงที่เต็มไปด้วยกลีบดอกไม้แทนที่ แต่เมื่อกลับไปถึงซีเอนาเมื่อเปิดถุงก็กลับกลายเป็นหัวนักบุญแคทเธอรีนเช่นเดิม จากตำนานดังกล่าวรูปเขียนของนักบุญแคทเธอรีนเป็นผู้หญิงถือดอกกุหลาบ
การประกาศเป็นนักบุญ
ภคินีแคทเธอรีนได้รับการประกาศเป็นนักบุญโดยสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 2 เมื่อปี ค.ศ. 1461 และวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1970 สมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 6 ได้แต่งตั้งท่านและนักบุญเตเรซาแห่งอาบีลา เป็นนักปราชญ์แห่งคริสตจักรพร้อมกัน นับเป็นสตรีคู่แรกที่ได้รับตำแหน่งนี้ และในปี ค.ศ. 1999 สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 ประกาศให้นักบุญแคทเธอรีนเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ทวีปยุโรปอีกคนหนึ่ง
ที่มา : https://www.wikipedia.org/
https://www.catholic.org/
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น